แทงบอล » ราคาบอลโลก » แฮนดิแคป
แฮนดิแคป คืออะไร ราคาบอลพื้นฐานแต้มต่อที่นักแทงบอลโลกต้องรู้

ราคาบอลแฮนดิแคป คืออะไร? พื้นฐานแต้มต่อที่นักแทงบอลโลกต้องรู้

แฮนดิแคป คือราคาบอลแบบมีแต้มต่อ ใช้ทำให้การเดิมพันของสองทีมดูใกล้เคียงกันมากขึ้น โดยทีมที่แข็งกว่าจะเป็น “ทีมต่อ” และทีมที่อ่อนกว่าจะเป็น “ทีมรอง” ผู้เล่นไม่ได้ลุ้นแค่ว่าทีมไหนชนะจริงในสนาม แต่ต้องดูด้วยว่าชนะถึงราคาต่อหรือไม่

ตัวอย่างง่าย ๆ ถ้า ทีม A ต่อ 0.5 แปลว่าทีม A ต้องชนะเท่านั้น ฝั่งต่อถึงจะได้บิล แต่ถ้าเสมอหรือแพ้ ฝั่งต่อเสีย ส่วนฝั่งรอง 0.5 ขอแค่ทีมรองไม่แพ้ก็ได้บิล นี่คือหลักพื้นฐานของราคาบอลแฮนดิแคป

ราคาบอลแฮนดิแคปเป็นตลาดที่เจอบ่อยมากในแทงบอลโลก เพราะแต่ละคู่มักมีทีมที่เหนือกว่าชัด เช่น ทีมใหญ่เจอทีมรอง ทีมเต็งเจอทีมที่อันดับต่ำกว่า หรือเกมที่ตลาดมองว่าฝั่งหนึ่งมีโอกาสชนะมากกว่า แฮนดิแคปจึงเข้ามาช่วยตั้งเงื่อนไขให้ผู้เล่นต้องอ่านมากกว่าคำว่า “ทีมไหนชนะ”

หน้านี้จะพาเข้าใจตั้งแต่แฮนดิแคปคืออะไร ต่างจาก 1X2 ยังไง ทำไมต้องมีแต้มต่อ วิธีอ่านฝั่งต่อ–ฝั่งรอง ราคายอดนิยม เช่น 0, 0.25, 0.5, 0.75, 1, 1.25, 1.5 และวิธีเลือกอ่านราคาที่เจอจริงในบิล อ่านภาพรวมราคาบอลได้ที่ ราคาบอลโลก ดูความหมายค่าน้ำที่ ค่าน้ำบอล และอ่านผลบิลแบบละเอียดได้ที่ วิธีอ่านบิล แทงบอลโลก

สารบัญ

แฮนดิแคปคืออะไร

แฮนดิแคป คือการให้แต้มต่อกับทีมรอง หรือหักแต้มต่อจากทีมต่อก่อนคิดผลเดิมพัน เช่น ทีม A ต่อ 1 ลูก หมายความว่า ทีม A ต้องชนะมากกว่า 1 ลูกถึงจะได้เต็ม ถ้าชนะ 1 ลูกพอดีจะคืนทุน และถ้าเสมอหรือแพ้จะเสียเต็ม

ตัวอย่าง

  • ทีม A ต่อ 1
  • ทีม B รอง 1
  • ผลจริง ทีม A ชนะ 2-0

ฝั่งต่อ 1 ได้เต็ม เพราะทีม A ชนะ 2 ลูก มากกว่าราคาต่อ 1 ลูก
ฝั่งรอง 1 เสียเต็ม เพราะทีม B แพ้เกินแต้มต่อที่ได้รับ

แต่ถ้าผลเป็น ทีม A ชนะ 1-0

  • ฝั่งต่อ 1 คืนทุน
  • ฝั่งรอง 1 คืนทุน

เพราะผลต่าง 1 ลูกออกมาตรงราคาต่อพอดี

ทำไมราคาบอลต้องมีแฮนดิแคป

ฟุตบอลมีคู่ที่ความแข็งของทีมไม่เท่ากัน ถ้าให้เลือกแค่ทีมชนะอย่างเดียว ทีมใหญ่หรือทีมเต็งอาจถูกเลือกเยอะเกินไป ราคาบอลแฮนดิแคปจึงทำให้การเดิมพันมีเงื่อนไขมากขึ้น

เหตุผลที่ต้องมีแฮนดิแคป เช่น

  • ทำให้คู่ที่ทีมใหญ่เจอทีมรองมีราคาน่าเล่นขึ้น
  • ทำให้ฝั่งต่อไม่ได้แค่ลุ้นชนะ แต่ต้องลุ้นชนะตามราคา
  • ทำให้ฝั่งรองมีแต้มต่อช่วย
  • ช่วยให้ตลาดสมดุลระหว่างทีมต่อและทีมรอง
  • ทำให้ผู้เล่นต้องอ่านรูปเกมและผลต่างประตูมากขึ้น
  • ใช้กับทั้งก่อนแข่งและบอลสดได้

ตัวอย่าง ถ้าทีมใหญ่เจอทีมรองมาก ๆ การเล่น 1X2 ฝั่งทีมใหญ่อาจจ่ายน้อย แต่ถ้ามาเป็นแฮนดิแคป เช่น ต่อ 1.5 หรือ 2 ลูก ผู้เล่นต้องลุ้นให้ทีมใหญ่ชนะขาด จึงมีเงื่อนไขที่ชัดขึ้น

แฮนดิแคปต่างจาก 1X2 ยังไง

1X2 คือการเดิมพันผลแพ้ ชนะ เสมอ แบบตรง ๆ โดยไม่มีแต้มต่อ

  • 1 = เจ้าบ้านชนะ
  • X = เสมอ
  • 2 = ทีมเยือนชนะ

ส่วน แฮนดิแคป คือการเดิมพันแบบมีแต้มต่อ เช่น ต่อ 0.5, รอง 1, ต่อ 1.25, รอง 2.5 ซึ่งทำให้ผลบิลไม่ได้ดูแค่ทีมไหนชนะจริง แต่ต้องดูว่าชนะหรือแพ้เกินแต้มต่อหรือไม่

ประเภทเดิมพันดูจากอะไรมีแต้มต่อไหมมีคืนทุน/ได้ครึ่ง/เสียครึ่งไหม
1X2ผลแพ้ ชนะ เสมอไม่มีโดยทั่วไปไม่มี
แฮนดิแคปผลต่างประตูเทียบกับราคามีมีได้ ขึ้นอยู่กับราคา

ตัวอย่าง

  • ทีม A ชนะ 1-0
  • ถ้าเล่น 1X2 ทีม A ชนะ = ได้บิล
  • ถ้าเล่น ทีม A ต่อ 1.5 = เสียเต็ม
  • ถ้าเล่น ทีม B รอง 1.5 = ได้เต็ม

จะเห็นว่าเกมเดียวกัน ผลจริงเหมือนกัน แต่ผลบิลไม่เหมือนกัน เพราะตลาดที่เล่นต่างกัน

อ่านเรื่อง 1X2 ต่อได้ที่ แทงบอลโลก 1X2

ทีมต่อคืออะไร

ทีมต่อ คือทีมที่ถูกมองว่าเหนือกว่า มีโอกาสชนะมากกว่า หรือเป็นทีมที่ตลาดให้เครดิตมากกว่า ทีมต่อต้องชนะตามเงื่อนไขของราคา จึงจะได้เงิน

ตัวอย่าง

  • ทีม A ต่อ 0.5
  • ทีม A ต้องชนะ ถึงได้บิล

ถ้าเป็นราคาใหญ่ขึ้น เช่น

  • ทีม A ต่อ 1.5
  • ทีม A ต้องชนะ 2 ลูกขึ้นไป ถึงได้บิล

ทีมต่อจึงไม่ได้แปลว่า “ชนะแล้วได้เงินเสมอ” ต้องดูด้วยว่าต่อกี่ลูก

ทีมรองคืออะไร

ทีมรอง คือทีมที่ได้รับแต้มต่อจากราคา ผู้เล่นที่เลือกรองไม่ได้จำเป็นต้องให้ทีมรองชนะจริงเสมอไป บางราคาแค่ทีมรองแพ้ไม่ขาดก็ยังได้บิล

ตัวอย่าง

  • ทีม B รอง 1.5
  • ทีม B ชนะ = ได้บิล
  • ทีม B เสมอ = ได้บิล
  • ทีม B แพ้ 1 ลูก = ได้บิล
  • ทีม B แพ้ 2 ลูกขึ้นไป = เสีย

ทีมรองจึงเหมาะกับมุมที่มองว่าทีมรองอาจสู้ไม่ได้ทั้งหมด แต่มีโอกาสแพ้ไม่ขาด หรือเกมไม่น่าไหลไปถึงราคาที่ทีมต่อแบกไว้

ราคาบอลแฮนดิแคปอ่านยังไง

การอ่านแฮนดิแคปให้เริ่มจาก 3 อย่างนี้

  1. ทีมไหนเป็นทีมต่อ
  2. ราคาต่อรองกี่ลูก
  3. ค่าน้ำเท่าไหร่

ตัวอย่างบิล

  • ทีม A ต่อ 0.75
  • ค่าน้ำ 0.90
  • แทง 1,000 บาท

แปลว่า ทีม A ต้องชนะอย่างน้อย 2 ลูกถึงจะได้เต็ม ถ้าชนะ 1 ลูกจะได้ครึ่ง ถ้าเสมอหรือแพ้จะเสียเต็ม

ส่วนค่าน้ำ 0.90 หมายความว่า ถ้าบิลได้เต็ม จะได้กำไร 900 บาท จากเงินเดิมพัน 1,000 บาท

ดังนั้นต้องดูทั้ง “ราคา” และ “ค่าน้ำ” พร้อมกัน ไม่ใช่ดูแค่ทีมที่เลือก

ตารางสรุปราคาแฮนดิแคปพื้นฐาน

ราคาชื่อเรียกทั่วไปฝั่งต่อได้เต็มเมื่อจุดที่ต้องระวัง
0เสมอชนะเสมอคืนทุน
0.25ปป / เสมอควบครึ่งชนะเสมอฝั่งต่อเสียครึ่ง
0.5ครึ่งลูกชนะเสมอฝั่งต่อเสียเต็ม
0.75ครึ่งควบลูกชนะ 2 ลูกขึ้นไปชนะ 1 ลูกได้ครึ่ง
1หนึ่งลูกชนะ 2 ลูกขึ้นไปชนะ 1 ลูกคืนทุน
1.25ลูกควบลูกครึ่งชนะ 2 ลูกขึ้นไปชนะ 1 ลูกเสียครึ่ง
1.5ลูกครึ่งชนะ 2 ลูกขึ้นไปชนะ 1 ลูกเสียเต็ม
1.75ลูกครึ่งควบสองชนะ 3 ลูกขึ้นไปชนะ 2 ลูกได้ครึ่ง
2สองลูกชนะ 3 ลูกขึ้นไปชนะ 2 ลูกคืนทุน
2.25สองลูกควบสองครึ่งชนะ 3 ลูกขึ้นไปชนะ 2 ลูกเสียครึ่ง
2.5สองลูกครึ่งชนะ 3 ลูกขึ้นไปชนะ 2 ลูกเสียเต็ม
2.75สองลูกครึ่งควบสามชนะ 4 ลูกขึ้นไปชนะ 3 ลูกได้ครึ่ง
3สามลูกชนะ 4 ลูกขึ้นไปชนะ 3 ลูกคืนทุน

ตารางนี้ใช้เป็นภาพรวมได้ แต่เวลาวางบิลจริงต้องดูฝั่งที่เลือก ค่าน้ำ และเงื่อนไขเต็มเวลา/ครึ่งแรก/บอลสดให้ครบด้วย

ราคา 0 หรือราคาเสมอคืออะไร

ราคา 0 หรือราคาเสมอ คือราคาที่ไม่มีฝ่ายใดได้เปรียบเรื่องแต้มต่อ ถ้าทีมที่เลือกชนะจะได้เต็ม ถ้าเสมอจะคืนทุน และถ้าแพ้จะเสียเต็ม

ตัวอย่าง

  • ทีม A ราคา 0
  • ทีม A ชนะ = ได้เต็ม
  • เสมอ = คืนทุน
  • ทีม A แพ้ = เสียเต็ม

ราคานี้เหมาะกับคู่ที่ตลาดมองว่าสูสี หรือยังไม่กล้าดันให้ฝั่งใดต่อชัดเจน

อ่านละเอียดได้ที่ ราคาบอล 0

ราคา 0.25 คืออะไร

ราคา 0.25 หรือ ปป คือเสมอควบครึ่ง เป็นราคาที่เริ่มมีได้ครึ่งเสียครึ่งเข้ามาเกี่ยว

ถ้าเล่นฝั่งต่อ 0.25

  • ชนะ = ได้เต็ม
  • เสมอ = เสียครึ่ง
  • แพ้ = เสียเต็ม

ถ้าเล่นฝั่งรอง 0.25

  • ชนะ = ได้เต็ม
  • เสมอ = ได้ครึ่ง
  • แพ้ = เสียเต็ม

ราคานี้มักเจอในคู่ที่สูสี แต่ตลาดเริ่มให้ฝั่งหนึ่งเหนือกว่าเล็กน้อย

อ่านละเอียดได้ที่ 0.25 คือ

ราคา 0.5 คืออะไร

ราคา 0.5 หรือครึ่งลูก เป็นราคาที่ไม่มีคืนทุน ฝั่งต่อจำเป็นต้องชนะเท่านั้น ถ้าเสมอหรือแพ้จะเสียเต็ม

ถ้าเล่นฝั่งต่อ 0.5

  • ชนะ = ได้เต็ม
  • เสมอ = เสียเต็ม
  • แพ้ = เสียเต็ม

ถ้าเล่นฝั่งรอง 0.5

  • ชนะ = ได้เต็ม
  • เสมอ = ได้เต็ม
  • แพ้ = เสียเต็ม

ราคานี้อ่านง่าย แต่ต้องระวังฝั่งต่อ เพราะเสมอก็เสียเต็มทันที

อ่านละเอียดได้ที่ 0.5 คือ

ราคา 0.75 คืออะไร

ราคา 0.75 หรือครึ่งควบลูก เป็นราคาที่แบ่งเงินเดิมพันออกเป็น 2 ส่วน คือครึ่งลูกกับหนึ่งลูก

ถ้าเล่นฝั่งต่อ 0.75

  • ชนะ 2 ลูกขึ้นไป = ได้เต็ม
  • ชนะ 1 ลูก = ได้ครึ่ง
  • เสมอหรือแพ้ = เสียเต็ม

ถ้าเล่นฝั่งรอง 0.75

  • ชนะหรือเสมอ = ได้เต็ม
  • แพ้ 1 ลูก = เสียครึ่ง
  • แพ้ 2 ลูกขึ้นไป = เสียเต็ม

ราคานี้เริ่มต้องเข้าใจคำว่าได้ครึ่งและเสียครึ่ง เพราะผลต่าง 1 ลูกมีผลกับเงินในบิลทันที

อ่านละเอียดได้ที่ 0.75 คือ

ราคา 1 คืออะไร

ราคา 1 หรือหนึ่งลูก เป็นราคาที่มีจุดคืนทุนชัดเจน ถ้าฝั่งต่อชนะ 1 ลูกพอดีจะเจ๊า

ถ้าเล่นฝั่งต่อ 1

  • ชนะ 2 ลูกขึ้นไป = ได้เต็ม
  • ชนะ 1 ลูก = คืนทุน
  • เสมอหรือแพ้ = เสียเต็ม

ถ้าเล่นฝั่งรอง 1

  • ชนะหรือเสมอ = ได้เต็ม
  • แพ้ 1 ลูก = คืนทุน
  • แพ้ 2 ลูกขึ้นไป = เสียเต็ม

ราคานี้เหมาะกับการฝึกเข้าใจจุดคืนทุน เพราะไม่มีได้ครึ่งเสียครึ่ง

อ่านละเอียดได้ที่ ราคาบอล 1 คืออะไร

ราคา 1.25 คืออะไร

ราคา 1.25 หรือลูกควบลูกครึ่ง เป็นราคาที่รวมระหว่าง 1 ลูกกับ 1.5 ลูก

ถ้าเล่นฝั่งต่อ 1.25

  • ชนะ 2 ลูกขึ้นไป = ได้เต็ม
  • ชนะ 1 ลูก = เสียครึ่ง
  • เสมอหรือแพ้ = เสียเต็ม

ถ้าเล่นฝั่งรอง 1.25

  • ชนะหรือเสมอ = ได้เต็ม
  • แพ้ 1 ลูก = ได้ครึ่ง
  • แพ้ 2 ลูกขึ้นไป = เสียเต็ม

ราคานี้ฝั่งต่อเริ่มเสี่ยงขึ้น เพราะชนะ 1 ลูกไม่ได้คืนทุน แต่เสียครึ่ง

อ่านละเอียดได้ที่ 1.25 คือ

ราคา 1.5 คืออะไร

ราคา 1.5 หรือลูกครึ่ง เป็นราคาที่ไม่มีคืนทุน ไม่มีได้ครึ่งเสียครึ่ง ฝั่งต่อจำเป็นต้องชนะ 2 ลูกขึ้นไปเท่านั้น

ถ้าเล่นฝั่งต่อ 1.5

  • ชนะ 2 ลูกขึ้นไป = ได้เต็ม
  • ชนะ 1 ลูก = เสียเต็ม
  • เสมอหรือแพ้ = เสียเต็ม

ถ้าเล่นฝั่งรอง 1.5

  • ชนะหรือเสมอ = ได้เต็ม
  • แพ้ 1 ลูก = ได้เต็ม
  • แพ้ 2 ลูกขึ้นไป = เสียเต็ม

ราคานี้อ่านง่าย แต่ฝั่งต่อแบกราคาค่อนข้างสูง เพราะชนะเฉือนก็ยังเสีย

อ่านละเอียดได้ที่ 1.5 คือ

ราคา 1.75 ถึง 3 ลูกคืออะไร

เมื่อราคาขยับไปถึง 1.75, 2, 2.25, 2.5, 2.75 และ 3 ลูก แปลว่าตลาดมองว่าทีมต่อเหนือกว่าชัดมากขึ้น ผู้เล่นฝั่งต่อต้องลุ้นให้ทีมชนะขาดหลายลูก ส่วนฝั่งรองจะได้แต้มต่อมากขึ้น

สรุปแบบเร็ว

ราคาฝั่งต่อได้เต็มเมื่อฝั่งรองได้เต็มเมื่อ
1.75ชนะ 3 ลูกขึ้นไปชนะ เสมอ หรือแพ้ 1 ลูก
2ชนะ 3 ลูกขึ้นไปชนะ เสมอ หรือแพ้ 1 ลูก
2.25ชนะ 3 ลูกขึ้นไปชนะ เสมอ หรือแพ้ 1 ลูก
2.5ชนะ 3 ลูกขึ้นไปชนะ เสมอ หรือแพ้ไม่เกิน 2 ลูก
2.75ชนะ 4 ลูกขึ้นไปชนะ เสมอ หรือแพ้ไม่เกิน 2 ลูก
3ชนะ 4 ลูกขึ้นไปชนะ เสมอ หรือแพ้ไม่เกิน 2 ลูก

ลิงก์อ่านละเอียด:

แฮนดิแคปแบบเต็มลูกกับแบบควบต่างกันยังไง

ราคาแฮนดิแคปมีทั้งแบบเต็มลูก เช่น 0, 1, 2, 3 และแบบควบหรือแตกครึ่ง เช่น 0.25, 0.75, 1.25, 1.75, 2.25, 2.75

ราคาเต็มลูก มักมีโอกาสคืนทุน เช่น ต่อ 1 ชนะ 1 ลูกคืนทุน หรือต่อ 2 ชนะ 2 ลูกคืนทุน

ราคาแบบควบ มักมีได้ครึ่งหรือเสียครึ่ง เพราะระบบแบ่งเงินเป็น 2 ส่วน

ตัวอย่าง

ราคาประเภทจุดสำคัญ
1เต็มลูกชนะ 1 ลูกคืนทุน
1.25แบบควบชนะ 1 ลูกเสียครึ่ง
1.5ครึ่งลูกชนะ 1 ลูกเสียเต็ม
1.75แบบควบชนะ 2 ลูกได้ครึ่ง
2เต็มลูกชนะ 2 ลูกคืนทุน

ถ้าเข้าใจลำดับนี้ จะอ่านราคาต่อเนื่องได้ง่ายขึ้นมาก เพราะแต่ละราคาอยู่ใกล้กัน แต่ผลบิลต่างกันชัด

แฮนดิแคปกับค่าน้ำเกี่ยวกันยังไง

แฮนดิแคปเป็นเงื่อนไขของบิล ส่วนค่าน้ำเป็นตัวคำนวณกำไร ถ้าไม่ดูค่าน้ำ ผู้เล่นจะไม่รู้ว่าบิลที่เลือกชนะแล้วได้กำไรเท่าไหร่

ตัวอย่าง

  • ทีม A ต่อ 0.5
  • ค่าน้ำ 0.90
  • แทง 1,000 บาท

ถ้าทีม A ชนะ ได้กำไร 900 บาท และรับรวม 1,900 บาท

แต่ถ้าค่าน้ำเป็น 0.70

  • แทง 1,000 บาทเหมือนเดิม
  • ถ้าชนะ ได้กำไร 700 บาท
  • รับรวม 1,700 บาท

ดังนั้นแฮนดิแคปบอกว่า “บิลเข้าไหม” ส่วนค่าน้ำบอกว่า “ถ้าเข้าได้เงินเท่าไหร่”

อ่านต่อได้ที่ ค่าน้ำบอล

แฮนดิแคปในบิลเต็งคิดยังไง

บิลเต็งมีคู่เดียว จึงอ่านแฮนดิแคปง่ายกว่าบิลสเต็ป ผู้เล่นดูแค่ทีมที่เลือก ราคาต่อรอง ค่าน้ำ และผลการแข่งขัน

ตัวอย่างบิลเต็ง

  • ทีม A ต่อ 0.75
  • เงินเดิมพัน 1,000 บาท
  • ค่าน้ำ 0.90

ผลบิล:

ผลการแข่งขันสถานะบิลเงินที่ได้/เสีย
ทีม A ชนะ 2-0ได้เต็ม+900
ทีม A ชนะ 1-0ได้ครึ่ง+450
เสมอเสียเต็ม-1,000
ทีม A แพ้เสียเต็ม-1,000

บิลเต็งเหมาะกับการฝึกอ่านแฮนดิแคป เพราะเห็นผลของราคาแต่ละแบบชัดกว่าบิลสเต็ป

อ่านต่อได้ที่ แทงบอลโลกเต็ง

แฮนดิแคปในบิลสเต็ปคิดยังไง

บิลสเต็ปมีหลายคู่รวมกัน ถ้ามีคู่หนึ่งได้ครึ่ง คืนทุน หรือเสียครึ่ง ยอดจ่ายรวมจะเปลี่ยนตามระบบของเว็บ

ตัวอย่างบิลสเต็ป 3 คู่

รายการราคาผลสถานะ
คู่ที่ 1ทีม A ต่อ 0.75ชนะ 2-0ได้เต็ม
คู่ที่ 2ทีม B ต่อ 1ชนะ 1-0คืนทุน
คู่ที่ 3ทีม C รอง 1.25แพ้ 1 ลูกได้ครึ่ง

บิลนี้ไม่มีคู่เสียเต็ม แต่ยอดจ่ายจะไม่เท่ากับทุกคู่ได้เต็ม เพราะมีทั้งคืนทุนและได้ครึ่ง

ก่อนเล่นบิลสเต็ป ต้องดูให้ดีว่าราคาแต่ละคู่มีโอกาสออกสถานะอะไรบ้าง เพราะแฮนดิแคปแบบควบทำให้ยอดจ่ายเปลี่ยนได้เยอะ

แฮนดิแคปในบอลสดต่างจากก่อนแข่งยังไง

แฮนดิแคปในบอลสดเปลี่ยนเร็วมาก เพราะราคาเปลี่ยนตามสกอร์ เวลา รูปเกม ใบแดง และจังหวะในสนาม

ตัวอย่าง

  • ก่อนแข่ง ทีม A ต่อ 0.75
  • นาที 20 ยัง 0-0 ทีม A บุกหนัก ราคาอาจไหลเป็นต่อ 1
  • นาที 35 ทีม A ยิงนำ 1-0 ราคาอาจขยับเป็นต่อ 1.5 หรือ 2
  • นาที 60 ทีม A โดนใบแดง ราคาอาจลดลงหรือปิดตลาดชั่วคราว

บอลสดต้องดูทั้งราคาและรูปเกมจริง ไม่ใช่ดูแค่ชื่อทีม เพราะราคาแฮนดิแคปจะเปลี่ยนตามสถานการณ์ตลอดเวลา

อ่านต่อได้ที่ แทงบอลโลกสด

แฮนดิแคปกับราคาบอลไหล

ราคาบอลไหลคือการที่แฮนดิแคปหรือค่าน้ำเปลี่ยน เช่น จากต่อ 0.5 เป็นต่อ 0.75 หรือจากต่อ 1 ค่าน้ำ 0.95 ลดเหลือ 0.78

ตัวอย่างราคาไหล

เวลาราคาสิ่งที่เห็น
เช้าทีม A ต่อ 0.5ราคาเปิด
บ่ายทีม A ต่อ 0.5 ค่าน้ำลดฝั่งต่อถูกเล่นมากขึ้น
ก่อนเตะทีม A ต่อ 0.75ราคาไหลขึ้น

ราคาไหลอาจสะท้อนข่าวตัวจริง แรงเดิมพัน หรือการปรับสมดุลของตลาด แต่ไม่ใช่สูตรชนะ ผู้เล่นต้องดูว่าราคาใหม่ยังคุ้มไหม

อ่านต่อได้ที่ ราคาบอลไหล

วิธีเลือกเล่นแฮนดิแคปให้เหมาะกับมุมเกม

การเลือกแฮนดิแคปไม่ใช่เลือกทีมที่คิดว่าจะชนะอย่างเดียว แต่ต้องเลือกให้ตรงกับมุมเกมที่มองไว้

ถ้ามองว่า “ทีมต่อชนะ แต่ชนะไม่ขาด” อาจดูราคา 0.5, 1 หรือ 1.25 แทนราคาสูง

ถ้ามองว่า “ทีมต่อมีโอกาสถล่ม” อาจดูราคา 1.5, 2 หรือสูงกว่า แต่ต้องรับความเสี่ยงเรื่องผลต่างประตู

ถ้ามองว่า “ทีมรองแพ้ยาก” อาจดูฝั่งรอง 0.5, 1, 1.5 หรือราคาที่ให้แต้มต่อพอสมควร

ตัวอย่างการจับมุมเกม

มุมที่มองราคาที่มักเกี่ยวข้องสิ่งที่ต้องระวัง
ทีมต่อชนะเฉือนต่อ 0.5, ต่อ 1ราคาแพงเกินอาจไม่คุ้ม
ทีมต่อชนะขาดต่อ 1.5 ขึ้นไปต้องลุ้นผลต่างประตู
ทีมรองแพ้ไม่ขาดรอง 1, รอง 1.5, รอง 2ถ้าโดนยิงเร็ว เกมอาจไหล
คู่สูสีราคา 0, 0.25, 0.5เสมอมีผลกับบิลมาก
เกมมีโอกาสเปิดแฮนดิแคปสูง / สูงต่ำต้องดูค่าน้ำและเวลา

การเลือกแฮนดิแคปที่ดีคือเลือกให้ตรงกับภาพเกม ไม่ใช่เลือกเพราะค่าน้ำดูสูงหรือทีมชื่อดัง

แฮนดิแคปราคาไหนเหมาะกับมือใหม่

มือใหม่เริ่มจากราคาที่อ่านง่ายก่อน เช่น 0, 0.5, 1 และ 1.5 เพราะผลบิลตรงไปตรงมากว่าราคาแบบควบ

ราคาที่เหมาะกับการเริ่มเรียนรู้

ราคาเหตุผลที่เหมาะกับมือใหม่
0เข้าใจคืนทุนง่าย
0.5ไม่มีคืนทุน ได้เต็มหรือเสียเต็ม
1มีจุดคืนทุนชัด
1.5ไม่มีครึ่ง ได้เต็มหรือเสียเต็ม
2มีจุดคืนทุนชัด

หลังจากเข้าใจราคาเหล่านี้แล้ว ค่อยขยับไปอ่านราคาแบบควบ เช่น 0.25, 0.75, 1.25, 1.75 เพราะต้องคิดได้ครึ่งหรือเสียครึ่งเพิ่มเข้ามา

แฮนดิแคปราคาไหนเสี่ยงสูง

ราคายิ่งสูง ฝั่งต่อยิ่งต้องลุ้นให้ทีมชนะขาดมากขึ้น เช่น 2.25, 2.5, 2.75 หรือ 3 ลูก ราคากลุ่มนี้ไม่เหมาะกับการเล่นเพราะเห็นทีมใหญ่เฉย ๆ ต้องดูว่าทีมต่อมีแรงจูงใจยิงเพิ่มจริงไหม และทีมรองมีโอกาสต้านได้แค่ไหน

ราคาที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

  • ต่อ 1.5 ถ้าชนะ 1 ลูกเสียเต็ม
  • ต่อ 2 ถ้าชนะ 2 ลูกคืนทุน ไม่ได้กำไร
  • ต่อ 2.25 ถ้าชนะ 2 ลูกเสียครึ่ง
  • ต่อ 2.5 ถ้าชนะ 2 ลูกเสียเต็ม
  • ต่อ 2.75 ถ้าชนะ 3 ลูกได้แค่ครึ่ง
  • ต่อ 3 ถ้าชนะ 3 ลูกคืนทุน

ถ้าจะเล่นราคาสูง ควรใช้เงินต่อบิลน้อยลง และไม่ควรใส่หลายคู่ราคาสูงในบิลสเต็ปเดียวกัน

ข้อดีของราคาบอลแฮนดิแคป

แฮนดิแคปมีข้อดีตรงที่ทำให้ผู้เล่นมีทางเลือกมากกว่าแค่เลือกทีมชนะหรือเสมอ และสามารถเล่นตามมุมเกมได้ละเอียดขึ้น

ข้อดีของแฮนดิแคป ได้แก่

  • ใช้เล่นได้ทั้งทีมต่อและทีมรอง
  • ช่วยให้คู่ที่ทีมต่างชั้นยังมีราคาน่าเล่น
  • มีหลายระดับราคาให้เลือกตามมุมเกม
  • ฝั่งรองมีแต้มต่อช่วย
  • ฝั่งต่อมีเงื่อนไขชัดว่าต้องชนะเท่าไหร่
  • ใช้ได้ทั้งก่อนแข่งและบอลสด
  • เชื่อมกับการอ่านค่าน้ำและราคาไหลได้ดี

ถ้าเข้าใจแฮนดิแคป ผู้เล่นจะอ่านบิลได้ดีขึ้น และรู้ว่าตัวเองกำลังลุ้นอะไรอยู่

ข้อเสียของราคาบอลแฮนดิแคป

ข้อเสียคือแฮนดิแคปมีรายละเอียดมากกว่าตลาด 1X2 โดยเฉพาะราคาที่มี 0.25 หรือ 0.75 ซึ่งทำให้เกิดได้ครึ่งและเสียครึ่ง มือใหม่จึงอาจเข้าใจผิดได้ง่าย

ข้อเสียที่ควรระวัง ได้แก่

  • มือใหม่อาจจำราคาแต่ละแบบสลับกัน
  • ทีมที่เลือกชนะจริง แต่บิลอาจเสีย
  • ราคาแบบควบต้องคิดเงินเป็น 2 ส่วน
  • ราคาสูงทำให้ฝั่งต่อเสี่ยงมากขึ้น
  • บิลสเต็ปคำนวณซับซ้อนกว่า
  • บอลสดราคาเปลี่ยนเร็ว
  • ถ้าไม่ดูค่าน้ำ อาจไม่รู้ว่าบิลคุ้มไหม

แฮนดิแคปจึงเหมาะกับคนที่ยอมอ่านเงื่อนไขก่อนเล่น ไม่ใช่กดเพราะเห็นชื่อทีมอย่างเดียว

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเวลาเล่นแฮนดิแคป

ข้อผิดพลาดหลักคือคิดว่าทีมที่เลือกชนะจริงแล้วบิลต้องได้เสมอ ทั้งที่แฮนดิแคปดูผลต่างประตูตามราคาที่เลือก

ข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยง ได้แก่

  • ไม่รู้ว่าตัวเองเล่นต่อหรือรอง
  • ไม่ดูว่าต่อกี่ลูก
  • จำราคา 0.25, 0.75, 1.25 ผิด
  • คิดว่าทีมต่อชนะแล้วต้องได้เงินเสมอ
  • ไม่รู้ว่าได้ครึ่งเสียครึ่งคิดยังไง
  • ไม่ดูค่าน้ำก่อนกดยืนยัน
  • เล่นราคาสูงเพราะทีมชื่อดัง
  • ใส่หลายคู่ราคาแพงในบิลสเต็ป
  • เล่นบอลสดโดยไม่ดูเวลาที่เหลือ
  • ไม่ตรวจยอดจ่ายรวมในบิล

ถ้าเลี่ยงข้อผิดพลาดเหล่านี้ได้ การอ่านแฮนดิแคปจะง่ายขึ้น และลดการเข้าใจผิดหลังบิลจบได้มาก

เช็กลิสต์ก่อนเล่นราคาบอลแฮนดิแคป

ก่อนกดยืนยันบิลแฮนดิแคป ควรถามตัวเองให้ครบตามนี้

  • เลือกทีมต่อหรือทีมรอง?
  • ราคาต่อรองกี่ลูก?
  • ถ้าทีมที่เลือกชนะ 1 ลูก ผลบิลเป็นยังไง?
  • ถ้าเสมอ ผลบิลเป็นยังไง?
  • ถ้าแพ้ 1 ลูก ผลบิลเป็นยังไง?
  • มีโอกาสได้ครึ่งหรือเสียครึ่งไหม?
  • มีโอกาสคืนทุนไหม?
  • ค่าน้ำเท่าไหร่?
  • ยอดจ่ายรวมตรงกับที่เข้าใจไหม?
  • เงินต่อบิลอยู่ในงบหรือเปล่า?

ถ้าตอบไม่ได้ว่าบิลจะออกผลยังไงในแต่ละสกอร์ ควรหยุดก่อน แล้วกลับไปอ่านราคานั้นให้เข้าใจ เพราะแฮนดิแคปผิดราคาเพียง 0.25 ก็ทำให้ผลเงินต่างกันได้ทันที

สรุป แฮนดิแคป คือแต้มต่อที่ทำให้ต้องอ่านมากกว่าทีมชนะ

แฮนดิแคป คือราคาบอลแบบมีแต้มต่อ ใช้กำหนดเงื่อนไขว่าทีมต่อจะต้องชนะกี่ลูกถึงได้บิล และทีมรองแพ้ได้กี่ลูกถึงยังมีโอกาสได้บิล ตลาดนี้ต่างจาก 1X2 เพราะไม่ได้ดูแค่ผลแพ้ ชนะ เสมอ แต่ดูผลต่างประตูเทียบกับราคาที่เลือก

ถ้าเข้าใจแฮนดิแคป ผู้เล่นจะอ่านราคาบอลได้ดีขึ้น เช่น ราคา 0.5 ต้องชนะเท่านั้น ราคา 1 ชนะ 1 ลูกคืนทุน ราคา 1.5 ต้องชนะ 2 ลูกขึ้นไป และราคาแบบ 0.25 หรือ 0.75 จะมีได้ครึ่งเสียครึ่งเข้ามาเกี่ยว

ก่อนเล่นแฮนดิแคปทุกครั้ง ต้องดูทีมที่เลือก ราคาต่อรอง ค่าน้ำ ยอดจ่าย และสถานะที่อาจเกิดขึ้น เช่น ได้เต็ม ได้ครึ่ง เสียครึ่ง หรือคืนทุน อย่าเลือกเพราะทีมชื่อดังหรือราคาไหลอย่างเดียว เพราะทีมที่ชนะจริงไม่ได้แปลว่าบิลจะชนะเสมอไป

ถ้ายังไม่มั่นใจว่าแฮนดิแคปแต่ละราคาออกผลยังไง ให้เริ่มอ่านจาก ราคาบอล 0, 0.5 คือ, ราคาบอล 1 คืออะไร และ 1.5 คือ ก่อน แล้วค่อยขยับไปอ่านราคาแบบควบอย่าง 0.25 คือ และ 0.75 คือ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแฮนดิแคป

แฮนดิแคปคืออะไร?

แฮนดิแคป คือราคาบอลแบบมีแต้มต่อ ทีมที่เหนือกว่าจะเป็นทีมต่อ ส่วนทีมที่เป็นรองจะได้รับแต้มต่อ ผลบิลจะคิดจากผลต่างประตูเทียบกับราคาที่เลือก

แฮนดิแคป ต่างจาก 1X2 ยังไง?

1X2 ดูผลแพ้ ชนะ เสมอแบบไม่มีแต้มต่อ ส่วนแฮนดิแคปมีแต้มต่อ ทำให้ทีมที่ชนะจริงอาจไม่ได้บิล หากชนะไม่ถึงราคาต่อ

ทีมต่อคืออะไร?

ทีมต่อคือทีมที่ถูกมองว่าเหนือกว่าและต้องชนะตามราคาต่อรอง เช่น ต่อ 1.5 ต้องชนะ 2 ลูกขึ้นไปถึงได้เต็ม

ทีมรองคืออะไร?

ทีมรองคือทีมที่ได้รับแต้มต่อจากราคา เช่น รอง 1.5 หากทีมรองแพ้ 1 ลูกยังได้เต็ม แต่ถ้าแพ้ 2 ลูกขึ้นไปจะเสีย

ราคา 0.5 ในแฮนดิแคปคืออะไร?

ราคา 0.5 หรือครึ่งลูก ฝั่งต่อต้องชนะเท่านั้นถึงได้บิล ถ้าเสมอหรือแพ้จะเสียเต็ม ส่วนฝั่งรองขอแค่ไม่แพ้ก็ได้บิล