แทงบอล » แทงบอลโลกสเต็ป » คิดเงินบอลสเต็ป
คิดเงินบอลสเต็ป คูณค่าน้ำยังไง ได้ครึ่ง-เสียครึ่งคิดแบบไหน

คิดเงินบอลสเต็ป คูณค่าน้ำยังไง ได้ครึ่ง-เสียครึ่งคิดแบบไหน

คิดเงินบอลสเต็ป เป็นเรื่องที่คนเล่นบอลชุดควรเข้าใจให้ชัดก่อนกดบิล เพราะบอลสเต็ปไม่ได้คิดเหมือนบอลเต็งคู่เดียว แต่เป็นการนำอัตราจ่ายของแต่ละคู่มาคูณต่อกัน หากทุกคู่ผ่านครบ ยอดรับจะสูงขึ้นตามจำนวนคู่และค่าน้ำที่เลือกไว้

ปัญหาคือบอลสเต็ปไม่ได้มีแค่ “ได้เต็ม” กับ “เสียเต็ม” เท่านั้น บางราคามีผลแบบได้ครึ่ง เสียครึ่ง คืนทุน หรือยกเลิก ซึ่งทำให้ยอดจ่ายจริงเปลี่ยนจากยอดเต็มที่เห็นตอนจัดบิลได้ หากไม่เข้าใจจุดนี้ ผู้เล่นอาจคิดว่าบิลได้เงินเต็ม แต่พอระบบจ่ายจริงกลับได้น้อยกว่าที่คาด

หน้านี้จะอธิบายวิธี คิดเงินบอลสเต็ป แบบภาษาง่าย ตั้งแต่สูตรคูณค่าน้ำ วิธีอ่าน Decimal กับค่าน้ำแบบ 0.90 ตัวอย่างบิลสเต็ป 2-5 วิธีคิดกรณีได้ครึ่ง เสียครึ่ง คืนทุน ยกเลิก และตารางสรุปให้ใช้ตรวจบิลก่อนเล่นจริง

อ่านหน้าแม่ได้ที่ แทงบอลโลกสเต็ป ดูบิลเริ่มต้นที่ สเต็ป 2 และ สเต็ป 3 ดูการกระจายหลายชุดที่ สเต็ปมิกซ์พาเลย์ และดูวิธีเซฟบิลที่ ออกตัวบอลสเต็ป

สารบัญ

คิดเงินบอลสเต็ป คืออะไร

การคิดเงินบอลสเต็ป คือการนำอัตราจ่ายของทุกคู่ในบิลมาคูณต่อกัน แล้วคูณกับเงินเดิมพัน เพื่อหายอดรับรวมของบิล หากทุกคู่ได้เต็ม บิลจะจ่ายเต็มตามสูตร แต่ถ้ามีคู่ที่คืนทุน ได้ครึ่ง เสียครึ่ง หรือยกเลิก ยอดจ่ายจะถูกปรับตามสถานะของคู่นั้น

ตัวอย่างง่าย ๆ:

รายการอัตราจ่ายแบบ Decimalสถานะ
คู่ที่ 11.90ได้เต็ม
คู่ที่ 21.85ได้เต็ม
คู่ที่ 31.92ได้เต็ม

ถ้าแทง 100 บาท
ยอดรับรวม = 100 × 1.90 × 1.85 × 1.92 = 674.88 บาท
กำไร = 674.88 – 100 = 574.88 บาท

จุดสำคัญคือยอดรับรวมคือเงินที่รวมทุนแล้ว ส่วนกำไรคือเงินที่เหลือหลังหักเงินเดิมพันเดิมออก

ค่าน้ำกับ Decimal ต่างกันยังไง

บางเว็บแสดงค่าน้ำเป็นแบบ 0.90, 0.85, 0.95 ซึ่งมักเรียกกันง่าย ๆ ว่าค่าน้ำฮ่องกง ส่วนบางเว็บแสดงเป็น 1.90, 1.85, 1.95 ซึ่งเป็น Decimal odds หรืออัตราจ่ายรวมทุน

หลักจำง่ายคือ:

ค่าน้ำที่เห็นวิธีแปลงเป็น Decimalความหมาย
0.901 + 0.90 = 1.90แทง 100 ได้กำไร 90 ถ้าเป็นบอลเต็ง
0.851 + 0.85 = 1.85แทง 100 ได้กำไร 85 ถ้าเป็นบอลเต็ง
0.951 + 0.95 = 1.95แทง 100 ได้กำไร 95 ถ้าเป็นบอลเต็ง
1.001 + 1.00 = 2.00แทง 100 ได้กำไร 100 ถ้าเป็นบอลเต็ง

ถ้าเว็บแสดงเป็น Decimal อยู่แล้ว เช่น 1.90 หรือ 1.85 ให้ใช้เลขนั้นคูณได้เลย
ถ้าเว็บแสดงเป็นค่าน้ำ 0.90 ให้แปลงเป็น 1.90 ก่อนนำไปคูณในบอลสเต็ป

อ่านพื้นฐานเรื่องนี้ต่อได้ที่ ค่าน้ำบอล

สูตรคิดเงินบอลสเต็ปแบบง่าย

สูตรพื้นฐานคือ:

ยอดรับรวม = เงินเดิมพัน × อัตราจ่ายคู่ที่ 1 × อัตราจ่ายคู่ที่ 2 × อัตราจ่ายคู่ที่ 3 …

ถ้าเป็นค่าน้ำแบบ 0.90 ให้แปลงเป็น Decimal ก่อน เช่น 0.90 = 1.90

ตัวอย่างสเต็ป 3:

รายการค่าน้ำที่เห็นDecimal ที่ใช้คูณ
คู่ที่ 10.901.90
คู่ที่ 20.851.85
คู่ที่ 30.921.92

แทง 100 บาท
ยอดรับรวม = 100 × 1.90 × 1.85 × 1.92 = 674.88 บาท
กำไร = 574.88 บาท

ถ้าเว็บแสดงยอดจ่ายในบิลอยู่แล้ว ให้ใช้ยอดนั้นเป็นหลัก เพราะระบบของแต่ละเว็บอาจมีการปัดเศษหรือใช้รูปแบบค่าน้ำต่างกันเล็กน้อย

ยอดรับรวมกับกำไรต่างกันยังไง

หลายคนสับสนระหว่าง “ยอดรับรวม” กับ “กำไร” โดยเฉพาะบอลสเต็ปที่ตัวเลขจ่ายสูงกว่าบอลเต็ง

คำที่ใช้ความหมาย
เงินเดิมพันเงินที่ลงในบิล
ยอดรับรวมเงินที่ได้รับกลับมารวมทุน หากบิลชนะ
กำไรยอดรับรวมลบเงินเดิมพัน
ค่าน้ำอัตราที่ใช้คิดผลตอบแทน
Decimalอัตราจ่ายแบบรวมทุน

ตัวอย่าง:

แทงสเต็ป 3 ด้วยเงิน 100 บาท
ระบบแสดงยอดรับรวม 674.88 บาท
กำไรจริง = 674.88 – 100 = 574.88 บาท

ดังนั้นเวลาอ่านบิล ต้องดูให้ชัดว่าเว็บแสดง “ยอดรับรวม” หรือ “กำไรสุทธิ” เพื่อไม่เข้าใจผิดก่อนกดยืนยัน

ตัวอย่างคิดเงินสเต็ป 2

สเต็ป 2 คือบอลชุด 2 คู่ เหมาะกับคนเริ่มฝึกคิดเงินบอลสเต็ป เพราะคำนวณง่ายกว่าสเต็ปยาว

ตัวอย่าง:

คู่ค่าน้ำDecimalสถานะ
คู่ที่ 10.901.90ได้เต็ม
คู่ที่ 20.851.85ได้เต็ม

แทง 100 บาท
ยอดรับรวม = 100 × 1.90 × 1.85 = 351.50 บาท
กำไร = 351.50 – 100 = 251.50 บาท

ถ้าคู่ใดคู่หนึ่งเสียเต็ม บิลสเต็ป 2 มักเสียทั้งใบ แม้อีกคู่จะได้เต็มก็ตาม

อ่านต่อได้ที่ สเต็ป 2

ตัวอย่างคิดเงินสเต็ป 3

สเต็ป 3 ใช้อัตราจ่าย 3 คู่มาคูณต่อกัน ยอดจ่ายจะสูงขึ้นจากสเต็ป 2 แต่ต้องให้ผ่านครบทั้ง 3 คู่

คู่ค่าน้ำDecimalสถานะ
คู่ที่ 10.901.90ได้เต็ม
คู่ที่ 20.851.85ได้เต็ม
คู่ที่ 30.921.92ได้เต็ม

แทง 100 บาท
ยอดรับรวม = 100 × 1.90 × 1.85 × 1.92 = 674.88 บาท
กำไร = 674.88 – 100 = 574.88 บาท

สเต็ป 3 จึงจ่ายมากขึ้น แต่ก็เสี่ยงขึ้น เพราะพลาดคู่เดียว บิลมักเสียทั้งใบ

อ่านต่อได้ที่ สเต็ป 3

ตัวอย่างคิดเงินสเต็ป 4

สเต็ป 4 เริ่มเป็นบอลชุดที่ต้องคัดคู่ให้แน่นขึ้น เพราะมี 4 รายการที่ต้องผ่านพร้อมกัน

คู่ค่าน้ำDecimalสถานะ
คู่ที่ 10.901.90ได้เต็ม
คู่ที่ 20.851.85ได้เต็ม
คู่ที่ 30.921.92ได้เต็ม
คู่ที่ 40.801.80ได้เต็ม

แทง 100 บาท
ยอดรับรวม = 100 × 1.90 × 1.85 × 1.92 × 1.80 = 1,214.78 บาท
กำไร = 1,114.78 บาท

ยอดจ่ายดูสูงขึ้นมาก แต่ต้องจำไว้ว่าทั้ง 4 คู่ต้องไม่เสียเต็ม หากมีคู่หนึ่งเสียเต็ม บิลสเต็ป 4 มักเสียทั้งใบ

อ่านต่อได้ที่ สเต็ป 4

ตัวอย่างคิดเงินสเต็ป 5

สเต็ป 5 ให้ยอดรับสูงขึ้นชัดเจน แต่ต้องลุ้นครบ 5 คู่ จึงควรใช้เงินต่อบิลต่ำกว่าสเต็ปสั้น

คู่ค่าน้ำDecimalสถานะ
คู่ที่ 10.901.90ได้เต็ม
คู่ที่ 20.851.85ได้เต็ม
คู่ที่ 30.921.92ได้เต็ม
คู่ที่ 40.801.80ได้เต็ม
คู่ที่ 50.881.88ได้เต็ม

แทง 100 บาท
ยอดรับรวม = 100 × 1.90 × 1.85 × 1.92 × 1.80 × 1.88 = 2,283.79 บาท
กำไร = 2,183.79 บาท

สเต็ป 5 จ่ายสูงกว่าเดิมมาก แต่ถ้าใส่คู่ที่ไม่มั่นใจเพื่อดันยอดจ่าย บิลอาจแตกง่ายมาก

อ่านต่อได้ที่ สเต็ป 5

ตารางสรุปยอดจ่ายสเต็ป 2-5

ตัวอย่างนี้ใช้เงินเดิมพัน 100 บาท และสมมติว่าทุกคู่ได้เต็ม

รูปแบบDecimal ที่ใช้คูณยอดรับรวมโดยประมาณกำไรโดยประมาณ
สเต็ป 21.90 × 1.85351.50251.50
สเต็ป 31.90 × 1.85 × 1.92674.88574.88
สเต็ป 41.90 × 1.85 × 1.92 × 1.801,214.781,114.78
สเต็ป 51.90 × 1.85 × 1.92 × 1.80 × 1.882,283.792,183.79

ตารางนี้ช่วยให้เห็นภาพว่า ยิ่งเพิ่มจำนวนคู่ ยอดจ่ายยิ่งสูงขึ้น แต่ความเสี่ยงก็สูงขึ้นด้วย เพราะต้องให้ทุกคู่ผ่านตามเงื่อนไข

ได้เต็มในบอลสเต็ปคิดยังไง

ได้เต็มคือคู่นั้นชนะตามราคาครบ และถูกนำไปคูณเต็มตามอัตราจ่าย

ตัวอย่าง:

รายการราคาผลจริงสถานะ
ต่อ 0.5ทีม A ต่อ 0.5ทีม A ชนะได้เต็ม
รอง 1.5ทีม B รอง 1.5ทีม B แพ้ 1 ลูกได้เต็ม
สูง 2.5สูง 2.5จบ 2-1ได้เต็ม

หากทุกคู่ในบิลได้เต็ม ให้ใช้ Decimal ของทุกคู่คูณกันตามปกติ

ตัวอย่างสเต็ป 3 ได้เต็มทุกคู่:

100 × 1.90 × 1.85 × 1.92 = 674.88 บาท

นี่คือกรณีที่คำนวณง่ายที่สุด เพราะไม่มีคู่ที่ต้องปรับยอด

คืนทุนในบอลสเต็ปคิดยังไง

คืนทุนคือคู่นั้นไม่ชนะและไม่แพ้ เช่น ต่อ 1 แล้วทีมชนะ 1 ลูก หรือรอง 1 แล้วทีมแพ้ 1 ลูก ในบอลสเต็ป คู่ที่คืนทุนมักถูกนับเหมือนอัตราจ่าย 1.00 คือไม่สร้างกำไร แต่ไม่ทำให้บิลเสีย

ตัวอย่าง:

รายการราคาผลจริงสถานะ
ทีม A ต่อ 1ต่อ 1ทีม A ชนะ 1-0คืนทุน
ทีม B รอง 1รอง 1ทีม B แพ้ 0-1คืนทุน

ตัวอย่างสเต็ป 3 มี 1 คู่คืนทุน

คู่Decimal เดิมสถานะDecimal ที่ใช้คิดจริง
คู่ที่ 11.90ได้เต็ม1.90
คู่ที่ 21.85คืนทุน1.00
คู่ที่ 31.92ได้เต็ม1.92

แทง 100 บาท
ยอดรับรวม = 100 × 1.90 × 1.00 × 1.92 = 364.80 บาท
กำไร = 264.80 บาท

สรุปคือคู่คืนทุนไม่ทำให้บิลเสีย แต่ทำให้ยอดจ่ายลดลง เพราะคู่นั้นไม่ได้สร้างกำไรเพิ่ม

ได้ครึ่งในบอลสเต็ปคิดยังไง

ได้ครึ่งมักเกิดกับราคาบอลแบบควบ เช่น ต่อ 0.75, รอง 1.25, ต่อ 1.75 หรือราคาอื่นที่แบ่งเดิมพันเป็น 2 ส่วน หากคู่นั้นได้ครึ่ง ยอดจ่ายของบิลจะลดลงจากยอดเต็ม

วิธีคิดแบบเข้าใจง่ายคือ คู่นั้นถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน:

  • ครึ่งหนึ่งได้เต็ม
  • อีกครึ่งหนึ่งคืนทุน

ตัวอย่าง:

ทีม A ต่อ 0.75
ผลจริง ทีม A ชนะ 1-0
สถานะ = ได้ครึ่ง

ถ้าค่าน้ำ 0.90 หรือ Decimal 1.90
ค่าเฉลี่ยที่ใช้คิดแบบง่าย = (1.90 + 1.00) ÷ 2 = 1.45

ตัวอย่างสเต็ป 3 มี 1 คู่ได้ครึ่ง

คู่Decimal เดิมสถานะDecimal ที่ใช้คิดแบบง่าย
คู่ที่ 11.90ได้ครึ่ง1.45
คู่ที่ 21.85ได้เต็ม1.85
คู่ที่ 31.92ได้เต็ม1.92

แทง 100 บาท
ยอดรับรวมโดยประมาณ = 100 × 1.45 × 1.85 × 1.92 = 515.04 บาท
กำไรโดยประมาณ = 415.04 บาท

หากคู่ที่ 1 ได้เต็ม จะใช้ 1.90 แต่เมื่อได้ครึ่งจึงเหลือผลคิดแบบประมาณ 1.45 ทำให้ยอดจ่ายลดลง

เสียครึ่งในบอลสเต็ปคิดยังไง

เสียครึ่งมักเกิดกับราคาบอลแบบควบ เช่น ต่อ 0.25, ต่อ 1.25, รอง 0.75 หรือราคาอื่นที่ผลออกมาเสียแค่ครึ่งหนึ่งของเงินในส่วนนั้น

ในบอลสเต็ป การเสียครึ่งทำให้บิลซับซ้อนขึ้น เพราะครึ่งหนึ่งของบิลเสีย และอีกครึ่งหนึ่งอาจยังไปคำนวณกับคู่ที่เหลือต่อ ระบบแต่ละเว็บอาจแสดงผลต่างกัน แต่หลักคิดง่ายคือยอดจ่ายจะลดลงหนักกว่ากรณีได้ครึ่ง

ตัวอย่าง:

ทีม A ต่อ 0.25
ผลจริงเสมอ
สถานะ = เสียครึ่ง

ถ้าสต็ป 3 มีคู่หนึ่งเสียครึ่ง และอีก 2 คู่ได้เต็ม ให้คิดแบบเข้าใจง่ายว่าเงินเดิมพันถูกแบ่งครึ่ง:

ส่วนของเงินผลที่เกิดขึ้น
ครึ่งแรกเสีย
ครึ่งหลังยังคิดต่อเหมือนคืนทุนของคู่นั้น

ตัวอย่างเงินเดิมพัน 100 บาท
คู่ที่ 1 เสียครึ่ง เท่ากับเสีย 50 บาท
เหลืออีก 50 บาทไปคิดกับคู่ที่เหลือ

คู่Decimalสถานะ
คู่ที่ 11.90เสียครึ่ง
คู่ที่ 21.85ได้เต็ม
คู่ที่ 31.92ได้เต็ม

ยอดรับรวมโดยประมาณ = 50 × 1.85 × 1.92 = 177.60 บาท
เมื่อเทียบกับเงินเดิมพัน 100 บาท กำไรโดยประมาณ = 77.60 บาท

แต่ถ้าคู่ที่เหลือค่าน้ำต่ำ หรือมีคืนทุน/ได้ครึ่งเพิ่ม ยอดจ่ายจริงอาจลดลงอีก ดังนั้นควรดูผลคำนวณจากระบบเว็บเป็นหลัก

เสียเต็มในบอลสเต็ปคิดยังไง

เสียเต็มคือคู่นั้นแพ้ตามราคาเต็ม หากมีคู่หนึ่งเสียเต็มในบิลสเต็ป บิลทั้งใบมักเสียทันที ไม่ว่าอีกกี่คู่จะได้เต็มก็ตาม

ตัวอย่าง:

คู่สถานะ
คู่ที่ 1ได้เต็ม
คู่ที่ 2ได้เต็ม
คู่ที่ 3เสียเต็ม
คู่ที่ 4ได้เต็ม

แม้อีก 3 คู่จะเข้า แต่เมื่อคู่ที่ 3 เสียเต็ม บิลสเต็ป 4 ใบนี้มักเสียทั้งบิล

นี่คือเหตุผลที่บอลสเต็ปเสี่ยงกว่าบอลเต็ง เพราะไม่ได้วัดแค่ถูกหลายคู่ แต่วัดว่าทุกคู่ต้องไม่เสียเต็ม

ยกเลิกหรือโมฆะในบอลสเต็ปคิดยังไง

ยกเลิกหรือโมฆะอาจเกิดจากหลายกรณี เช่น คู่แข่งถูกยกเลิก เลื่อนแข่ง ตลาดถูกยกเลิก หรือระบบปรับผลตามเงื่อนไขของเว็บ โดยทั่วไปคู่นั้นมักถูกปรับเป็นอัตราจ่าย 1.00 คล้ายคืนทุน แล้วบิลจะคิดต่อกับคู่ที่เหลือ

ตัวอย่างสเต็ป 4 มี 1 คู่ยกเลิก:

คู่Decimal เดิมสถานะDecimal ที่ใช้คิดจริง
คู่ที่ 11.90ได้เต็ม1.90
คู่ที่ 21.85ยกเลิก1.00
คู่ที่ 31.92ได้เต็ม1.92
คู่ที่ 41.80ได้เต็ม1.80

แทง 100 บาท
ยอดรับรวม = 100 × 1.90 × 1.00 × 1.92 × 1.80 = 656.64 บาท
กำไร = 556.64 บาท

อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขโมฆะอาจแตกต่างกันตามเว็บและประเภทตลาด ต้องอ่านกติกาของเว็บนั้น ๆ ก่อนเสมอ

ตารางสรุปสถานะในบอลสเต็ป

สถานะความหมายผลต่อบิลสเต็ป
ได้เต็มชนะตามราคาเต็มคูณเต็มตาม Decimal
ได้ครึ่งครึ่งหนึ่งได้เต็ม ครึ่งหนึ่งคืนทุนยอดจ่ายลดลง
คืนทุนไม่ได้กำไร ไม่เสียคู่นั้นมักคิดเป็น 1.00
เสียครึ่งครึ่งหนึ่งเสีย อีกครึ่งยังคิดต่อยอดจ่ายลดลงมาก
เสียเต็มแพ้ตามราคาเต็มบิลสเต็ปมักเสียทั้งใบ
ยกเลิก / โมฆะตลาดไม่ถูกนำมาคิดมักปรับเป็น 1.00 แล้วคิดต่อ

ตารางนี้เป็นหลักคิดพื้นฐาน แต่ระบบจริงของแต่ละเว็บอาจมีรายละเอียดเฉพาะ โดยเฉพาะกรณีราคาแบบควบและมิกซ์พาเลย์หลายชุด

ตัวอย่างบิลที่มีได้เต็ม ได้ครึ่ง และคืนทุน

สมมติสเต็ป 4 ลงเงิน 100 บาท

คู่Decimal เดิมสถานะDecimal ที่ใช้คิด
คู่ที่ 11.90ได้เต็ม1.90
คู่ที่ 21.85ได้ครึ่ง1.425
คู่ที่ 31.92คืนทุน1.00
คู่ที่ 41.80ได้เต็ม1.80

วิธีคิดแบบง่าย:

ยอดรับรวม = 100 × 1.90 × 1.425 × 1.00 × 1.80
ยอดรับรวม = 487.35 บาท
กำไร = 387.35 บาท

หากทุกคู่ได้เต็ม ยอดรับจะเป็น:

100 × 1.90 × 1.85 × 1.92 × 1.80 = 1,214.78 บาท

จะเห็นว่าคู่ได้ครึ่งและคืนทุนทำให้ยอดรับลดลงชัดเจน แม้บิลจะยังได้เงินอยู่

ตัวอย่างบิลที่มีเสียครึ่ง

สมมติสเต็ป 3 ลงเงิน 100 บาท

คู่Decimalสถานะ
คู่ที่ 11.90เสียครึ่ง
คู่ที่ 21.85ได้เต็ม
คู่ที่ 31.92ได้เต็ม

วิธีคิดแบบเข้าใจง่าย:

เงิน 100 บาท ถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน
50 บาทแรกเสีย
50 บาทที่เหลือคิดต่อกับคู่ที่ 2 และคู่ที่ 3

ยอดรับรวมโดยประมาณ = 50 × 1.85 × 1.92 = 177.60 บาท
กำไรโดยประมาณ = 177.60 – 100 = 77.60 บาท

กรณีเสียครึ่งในบอลสเต็ปจึงไม่ได้แปลว่าบิลเสียทั้งหมดเสมอไป แต่ยอดจ่ายจะลดลงมาก และต้องดูว่าคู่ที่เหลือมีสถานะอะไรต่อ

ตัวอย่างบิลที่มีเสียครึ่งและคืนทุน

สมมติสเต็ป 4 ลงเงิน 100 บาท

คู่Decimalสถานะ
คู่ที่ 11.90เสียครึ่ง
คู่ที่ 21.85ได้เต็ม
คู่ที่ 31.92คืนทุน
คู่ที่ 41.80ได้เต็ม

วิธีคิดแบบง่าย:

เงิน 100 บาท แบ่งเป็น 2 ส่วนจากคู่ที่เสียครึ่ง
50 บาทแรกเสีย
50 บาทที่เหลือคิดต่อกับคู่ที่ 2, คู่ที่ 3 และคู่ที่ 4
คู่ที่ 3 คืนทุน คิดเป็น 1.00

ยอดรับรวมโดยประมาณ = 50 × 1.85 × 1.00 × 1.80 = 166.50 บาท
กำไรโดยประมาณ = 166.50 – 100 = 66.50 บาท

ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่า แม้มีเสียครึ่ง แต่ถ้าคู่ที่เหลือเข้า บิลยังอาจได้เงินกลับมาได้ แต่กำไรจะลดลงมาก

ได้ครึ่งกับเสียครึ่งมักเกิดจากราคาไหน

ราคาบอลที่มักทำให้เกิดได้ครึ่งหรือเสียครึ่งคือราคาแบบควบ เช่น 0.25, 0.75, 1.25, 1.75, 2.25 และ 2.75

ราคาตัวอย่างผลที่อาจเกิด
0.25เสมออาจเสียครึ่งหรือได้ครึ่งตามฝั่งที่เลือก
0.75ชนะ 1 ลูกอาจได้ครึ่งสำหรับฝั่งต่อ
1.25ชนะ 1 ลูกอาจเสียครึ่งสำหรับฝั่งต่อ
1.75ชนะ 2 ลูกอาจได้ครึ่งสำหรับฝั่งต่อ
2.25ชนะ 2 ลูกอาจเสียครึ่งสำหรับฝั่งต่อ
2.75ชนะ 3 ลูกอาจได้ครึ่งสำหรับฝั่งต่อ

หากยังไม่แม่นเรื่องราคาบอลควบ ควรอ่าน แฮนดิแคป และหน้าแยกราคาแต่ละตัวก่อนจัดสเต็ปยาว

ราคาเต็มลูกทำให้คืนทุนได้ยังไง

ราคาเต็มลูก เช่น 1, 2 หรือ 3 มักมีจุดคืนทุน หากผลต่างประตูออกมาตรงกับแต้มต่อ

ตัวอย่าง:

ราคาฝั่งต่อคืนทุนเมื่อฝั่งรองคืนทุนเมื่อ
1ต่อชนะ 1 ลูกรองแพ้ 1 ลูก
2ต่อชนะ 2 ลูกรองแพ้ 2 ลูก
3ต่อชนะ 3 ลูกรองแพ้ 3 ลูก

ตัวอย่าง:

ทีม A ต่อ 1
ผลจริง ทีม A ชนะ 1-0
ฝั่งต่อคืนทุน

ในบิลสเต็ป คู่นี้มักถูกนับเป็น 1.00 แล้วบิลคิดต่อกับคู่ที่เหลือ

อ่านราคาบอลเต็มลูกเพิ่มเติมได้ที่ ราคาบอล 1, ราคาบอล 2 และ ราคาบอล 3

คิดเงินบอลสเต็ปกับราคาบอล 0.25

ราคา 0.25 หรือ ปป. เป็นราคาที่แบ่งเดิมพันเป็นสองส่วน เช่น 0 และ 0.5 จึงมีโอกาสได้ครึ่งหรือเสียครึ่ง

ตัวอย่างฝั่งต่อ 0.25:

ผลจริงสถานะฝั่งต่อ
ชนะได้เต็ม
เสมอเสียครึ่ง
แพ้เสียเต็ม

ถ้าฝั่งต่อ 0.25 เสมอในบิลสเต็ป จะเกิดเสียครึ่ง ทำให้ยอดจ่ายลดลงมาก และต้องคิดต่อจากครึ่งเงินที่ยังเหลือ

อ่านต่อได้ที่ 0.25 คือ

คิดเงินบอลสเต็ปกับราคาบอล 0.75

ราคา 0.75 แบ่งเป็น 0.5 และ 1.0 จึงมีโอกาสได้ครึ่งหรือเสียครึ่งตามผลต่างประตู

ตัวอย่างฝั่งต่อ 0.75:

ผลจริงสถานะฝั่งต่อ
ชนะ 2 ลูกขึ้นไปได้เต็ม
ชนะ 1 ลูกได้ครึ่ง
เสมอหรือแพ้เสียเต็ม

ถ้าฝั่งต่อ 0.75 ชนะ 1 ลูกในบอลสเต็ป คู่นั้นได้ครึ่ง ยอดจ่ายจะลดลงจากยอดเต็ม

อ่านต่อได้ที่ 0.75 คือ

คิดเงินบอลสเต็ป กับราคาบอล 1.25

ราคา 1.25 แบ่งเป็น 1.0 และ 1.5 จึงมีโอกาสเสียครึ่งหรือได้ครึ่งตามผลต่างประตู

ตัวอย่างฝั่งต่อ 1.25:

ผลจริงสถานะฝั่งต่อ
ชนะ 2 ลูกขึ้นไปได้เต็ม
ชนะ 1 ลูกเสียครึ่ง
เสมอหรือแพ้เสียเต็ม

ถ้าฝั่งต่อ 1.25 ชนะ 1 ลูกในบอลสเต็ป คู่นั้นเสียครึ่ง ไม่ใช่คืนทุน และไม่ใช่ได้เต็ม จุดนี้ทำให้หลายคนเข้าใจผิดบ่อย

อ่านต่อได้ที่ 1.25 คือ

คิดเงินบอลสเต็ป กับราคาบอล 1.75

ราคา 1.75 แบ่งเป็น 1.5 และ 2.0

ตัวอย่างฝั่งต่อ 1.75:

ผลจริงสถานะฝั่งต่อ
ชนะ 3 ลูกขึ้นไปได้เต็ม
ชนะ 2 ลูกได้ครึ่ง
ชนะ 1 ลูก / เสมอ / แพ้เสียเต็ม

ถ้าต่อ 1.75 แล้วชนะ 2 ลูกในบิลสเต็ป คู่นั้นได้ครึ่ง ยอดจ่ายลดลงจากยอดเต็ม

อ่านต่อได้ที่ 1.75 คือ

คิดเงินบอลสเต็ป กับราคาบอล 2.25

ราคา 2.25 แบ่งเป็น 2.0 และ 2.5

ตัวอย่างฝั่งต่อ 2.25:

ผลจริงสถานะฝั่งต่อ
ชนะ 3 ลูกขึ้นไปได้เต็ม
ชนะ 2 ลูกเสียครึ่ง
ชนะ 1 ลูก / เสมอ / แพ้เสียเต็ม

ราคานี้ในบิลสเต็ปต้องระวังมาก เพราะทีมต่อชนะ 2 ลูกอาจยังเสียครึ่ง ทำให้บิลจ่ายลดลงหรืออาจเหลือกำไรน้อยกว่าที่คิด

อ่านต่อได้ที่ 2.25 คือ

คิดเงินบอลสเต็ปกับราคาบอล 2.75

ราคา 2.75 แบ่งเป็น 2.5 และ 3.0

ตัวอย่างฝั่งต่อ 2.75:

ผลจริงสถานะฝั่งต่อ
ชนะ 4 ลูกขึ้นไปได้เต็ม
ชนะ 3 ลูกได้ครึ่ง
ชนะ 1-2 ลูก / เสมอ / แพ้เสียเต็ม

ถ้าต่อ 2.75 แล้วชนะ 3 ลูกในบอลสเต็ป คู่นั้นได้ครึ่ง แต่ถ้าชนะเพียง 2 ลูกจะเสียเต็มทันที

อ่านต่อได้ที่ 2.75 คือ

คิดเงินบอลสเต็ปสูงต่ำยังไง

สูงต่ำในบอลสเต็ปใช้หลักเดียวกับแฮนดิแคป คือดูว่าจำนวนประตูรวมออกสูงหรือต่ำตามราคาที่เลือกหรือไม่

ตัวอย่างสูงต่ำ 2.5:

เลือกผลรวมประตูสถานะ
สูง 2.53 ลูกขึ้นไปได้เต็ม
สูง 2.50-2 ลูกเสียเต็ม
ต่ำ 2.50-2 ลูกได้เต็ม
ต่ำ 2.53 ลูกขึ้นไปเสียเต็ม

ตัวอย่างสูงต่ำ 3:

เลือกผลรวมประตูสถานะ
สูง 34 ลูกขึ้นไปได้เต็ม
สูง 33 ลูกคืนทุน
สูง 30-2 ลูกเสียเต็ม
ต่ำ 30-2 ลูกได้เต็ม
ต่ำ 33 ลูกคืนทุน
ต่ำ 34 ลูกขึ้นไปเสียเต็ม

สูงต่ำที่เป็นราคาเต็มลูกอาจคืนทุนได้ ส่วนราคาควบ เช่น 2.75 หรือ 3.25 อาจมีได้ครึ่งหรือเสียครึ่ง ต้องอ่านเงื่อนไขให้ชัดก่อนใส่ในบิลสเต็ป

อ่านต่อได้ที่ แทงบอลโลกสูงต่ำ

คิดเงินสเต็ปบอลสดต้องระวังอะไร

สเต็ปบอลสดใช้สูตรคำนวณคล้ายสเต็ปก่อนแข่ง แต่จุดที่ต้องระวังคือราคาสดและค่าน้ำเปลี่ยนเร็วมาก อัตราจ่ายที่เห็นตอนเลือกอาจไม่ใช่อัตราจ่ายสุดท้ายตอนกดยืนยัน

สิ่งที่ต้องระวัง:

  • ราคาเปลี่ยนก่อนยืนยัน
  • ค่าน้ำลดลงหรือเพิ่มขึ้นเร็ว
  • ตลาดปิดชั่วคราว
  • บางคู่ถูกล็อกตอนมีเหตุการณ์สำคัญ
  • เวลาเหลือน้อยทำให้ราคาเปลี่ยนแรง
  • กดหลายคู่สดพร้อมกันอาจตรวจไม่ทัน
  • สถานะได้ครึ่ง/เสียครึ่งยังต้องคิดเหมือนเดิม

ก่อนกดสเต็ปบอลสด ควรตรวจยอดจ่ายสุดท้ายในบิลทุกครั้ง ไม่ควรจำตัวเลขจากตอนเลือกแรก ๆ

อ่านต่อได้ที่ สเต็ปบอลสด

คิดเงินมิกซ์พาเลย์ยังไง

มิกซ์พาเลย์ต้องคิดทั้งยอดจ่ายของแต่ละบิล และเงินรวมทุกชุด เพราะไม่ได้มีแค่บิลเดียวเสมอไป

ตัวอย่าง เลือก 4 คู่ A, B, C, D แล้วจัดเป็นสเต็ป 2 จำนวน 6 ชุด

ชุดรายการเงินต่อชุด
1A + B50
2A + C50
3A + D50
4B + C50
5B + D50
6C + D50

เงินรวม = 50 × 6 = 300 บาท

จุดที่ต้องระวังคือ ผู้เล่นบางคนดูแค่เงินต่อชุด แต่ลืมรวมจำนวนชุดทั้งหมด ทำให้ใช้เงินจริงมากกว่าที่คิด

อ่านต่อได้ที่ สเต็ปมิกซ์พาเลย์

คิดเงินออกตัวบอลสเต็ปยังไง

การออกตัวบอลสเต็ปคือการวางอีกฝั่งเพื่อกันความเสี่ยงเมื่อบิลผ่านไปแล้วหลายคู่ การคิดเงินต้องดูทั้งบิลเดิมและบิลออกตัว

ตัวอย่าง:

  • บิลสเต็ปเดิมลง 100 บาท
  • ถ้าบิลเข้า รับรวม 5,000 บาท
  • เหลือคู่สุดท้าย
  • วางออกตัวอีกฝั่ง 500 บาท
  • ราคาออกตัว 2.00

ผลลัพธ์:

ผลลัพธ์บิลเดิมบิลออกตัวภาพรวม
บิลเดิมเข้ารับ 5,000เสีย 500เหลือรับ 4,500 ก่อนเทียบทุน
บิลเดิมพลาดเสีย 100รับ 1,000มีเงินกลับจากฝั่งออกตัว

การออกตัวต้องคำนวณก่อนเสมอ เพราะถ้าวางมากเกินไป กำไรจากบิลเดิมอาจหายไปเยอะ

อ่านต่อได้ที่ ออกตัวบอลสเต็ป

ทำไมยอดจ่ายจริงไม่ตรงกับที่คิด

ยอดจ่ายจริงอาจไม่ตรงกับที่ผู้เล่นคิดเองได้จากหลายสาเหตุ เช่น ใช้ค่าน้ำผิดรูปแบบ ลืมแปลงค่าน้ำเป็น Decimal หรือมีคู่ได้ครึ่ง/คืนทุน/โมฆะในบิล

สาเหตุที่พบบ่อย:

  • ใช้ 0.90 ไปคูณตรง ๆ แทน 1.90
  • ลืมหักเงินเดิมพันออกจากยอดรับรวม
  • เข้าใจผิดระหว่างยอดรับกับกำไร
  • มีคู่ได้ครึ่งแต่คิดเป็นได้เต็ม
  • มีคู่คืนทุนแต่ยังคูณค่าน้ำเดิม
  • มีคู่โมฆะแต่ไม่รู้ว่าถูกปรับเป็น 1.00
  • มีคู่เสียครึ่งแล้วไม่รู้ว่ายอดลดลงอย่างไร
  • เว็บปัดเศษต่างจากที่คำนวณเอง
  • ราคาสดเปลี่ยนก่อนกดยืนยัน
  • มิกซ์พาเลย์มีหลายชุดแต่ลืมรวมเงินเดิมพันทั้งหมด

ก่อนกดบิลควรดูยอดจ่ายสุดท้ายจากระบบอีกครั้ง และหลังจบเกมควรเช็กสถานะของแต่ละคู่ ไม่ใช่ดูแค่ผลสกอร์

เช็กบิลบอลสเต็ปหลังแข่งยังไง

หลังแข่งควรตรวจบิลทีละคู่ เพื่อดูว่าทำไมระบบจ่ายเท่านั้น หรือทำไมบิลเสีย

วิธีเช็กแบบง่าย:

  1. ดูผลจริงของแต่ละคู่
  2. เทียบกับราคาที่เลือก
  3. ระบุสถานะของแต่ละคู่
  4. แยกว่าได้เต็ม ได้ครึ่ง คืนทุน เสียครึ่ง หรือเสียเต็ม
  5. ถ้ามีคู่เสียเต็ม บิลสเต็ปมักเสียทันที
  6. ถ้าไม่มีคู่เสียเต็ม ให้ดูคู่ได้ครึ่ง คืนทุน หรือโมฆะ
  7. คำนวณยอดจ่ายใหม่ตามสถานะ
  8. เทียบกับยอดที่ระบบจ่าย

ตัวอย่างตารางเช็กบิล:

คู่รายการผลจริงสถานะ
คู่ที่ 1ต่อ 0.5ชนะได้เต็ม
คู่ที่ 2ต่อ 1ชนะ 1 ลูกคืนทุน
คู่ที่ 3ต่อ 0.75ชนะ 1 ลูกได้ครึ่ง
คู่ที่ 4สูง 2.5จบ 1-1เสียเต็ม

ถ้ามีคู่ที่ 4 เสียเต็ม บิลนี้มักเสียทั้งใบ แม้คู่ก่อนหน้าจะได้เต็ม คืนทุน หรือได้ครึ่งก็ตาม

ข้อดีของการรู้วิธี คิดเงินบอลสเต็ป

การเข้าใจวิธีคิดเงินบอลสเต็ปช่วยให้จัดบิลได้ดีขึ้น เพราะรู้ว่ายอดจ่ายมาจากอะไร และความเสี่ยงของแต่ละราคาส่งผลต่อเงินยังไง

ข้อดี ได้แก่

  • รู้ว่ายอดรับจริงคิดยังไง
  • ไม่สับสนระหว่างยอดรับกับกำไร
  • เข้าใจผลของได้ครึ่งและเสียครึ่ง
  • อ่านบิลหลังแข่งได้ง่ายขึ้น
  • คุมเงินต่อบิลได้ดีขึ้น
  • ไม่หลงยอดจ่ายสูงโดยไม่ดูความเสี่ยง
  • เลือกจำนวนคู่ได้เหมาะขึ้น
  • วางแผนมิกซ์พาเลย์และออกตัวได้ดีขึ้น
  • ลดโอกาสเข้าใจผิดกับระบบจ่ายเงิน

ถ้าเล่นบอลสเต็ปโดยไม่เข้าใจการคำนวณ จะเสี่ยงตัดสินใจจากยอดจ่ายอย่างเดียว ซึ่งมักทำให้จัดบิลยาวเกินจำเป็น

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการคิดเงินบอลสเต็ป

ข้อผิดพลาดส่วนใหญ่เกิดจากการอ่านค่าน้ำผิด หรือไม่เข้าใจสถานะของราคาบอลแบบควบ

ข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยง ได้แก่

  • ไม่แปลงค่าน้ำ 0.90 เป็น 1.90
  • เอาค่าน้ำแบบ 0.90 ไปคูณตรง ๆ
  • คิดว่ายอดรับรวมคือกำไรทั้งหมด
  • คิดว่าคู่คืนทุนยังได้กำไร
  • คิดว่าได้ครึ่งเท่ากับได้เต็มครึ่งบิลแบบง่ายเกินไป
  • ไม่เข้าใจเสียครึ่งในบอลสเต็ป
  • คิดว่าคู่ยกเลิกทำให้บิลเสีย
  • ไม่ดูว่าราคาเป็น 0.25, 0.75, 1.25 หรือ 1.75
  • ไม่ตรวจยอดจ่ายสุดท้ายก่อนยืนยัน
  • ไม่คำนวณเงินรวมของมิกซ์พาเลย์
  • ใช้เงินหนักเพราะเห็นยอดรับสูง

การรู้ข้อผิดพลาดเหล่านี้ช่วยให้เล่นเป็นระบบขึ้น และไม่ตกใจกับยอดจ่ายจริงหลังบิลจบ

วิธีคิดเงินบอลสเต็ปให้ไม่พลาด

ก่อนจัดบิลหรือเช็กบิล ควรใช้ขั้นตอนนี้ทุกครั้ง

  1. ดูว่าเว็บแสดงค่าน้ำแบบไหน
  2. ถ้าเป็นค่าน้ำ 0.90 ให้แปลงเป็น 1.90
  3. ใส่ Decimal ของทุกคู่
  4. คูณกับเงินเดิมพัน
  5. แยกยอดรับรวมกับกำไร
  6. ถ้ามีคืนทุน ให้ปรับคู่นั้นเป็น 1.00
  7. ถ้ามีได้ครึ่ง ให้คิดแบบครึ่งหนึ่งได้เต็ม ครึ่งหนึ่งคืนทุน
  8. ถ้ามีเสียครึ่ง ให้คิดว่าเงินส่วนหนึ่งเสียไปแล้ว
  9. ถ้ามีโมฆะ ให้ดูเงื่อนไขเว็บว่าปรับเป็น 1.00 หรือไม่
  10. เทียบยอดที่คำนวณกับยอดระบบ

หากเป็นบิลหลายชุดหรือมิกซ์พาเลย์ ต้องคำนวณเงินรวมทุกชุดก่อนเสมอ

เช็กลิสต์ก่อนกดบิลบอลสเต็ป

ก่อนกดยืนยันบิล ควรถามตัวเองให้ครบตามนี้

  • เว็บแสดงค่าน้ำแบบ 0.90 หรือ Decimal?
  • แปลงค่าน้ำถูกแล้วหรือยัง?
  • เข้าใจยอดรับรวมกับกำไรหรือยัง?
  • ทุกคู่ในบิลต้องผ่านกี่เงื่อนไข?
  • มีราคาแบบ 0.25 หรือ 0.75 ไหม?
  • มีราคาแบบ 1, 2 หรือ 3 ที่อาจคืนทุนไหม?
  • ถ้ามีคู่ได้ครึ่ง ยอดจ่ายจะลดลงไหม?
  • ถ้ามีคู่เสียครึ่ง ยังเข้าใจวิธีคิดไหม?
  • ถ้ามีคู่ยกเลิก เว็บคิดยังไง?
  • ยอดจ่ายสุดท้ายในระบบตรงกับที่คิดไหม?
  • เงินเดิมพันต่อบิลสูงเกินไปหรือเปล่า?
  • ถ้าเล่นมิกซ์พาเลย์ คำนวณเงินรวมครบทุกชุดไหม?
  • ถ้าบิลเริ่มมีมูลค่า มีแผนออกตัวไหม?
  • ถ้าบิลเสีย จะไม่ไล่บิลใช่ไหม?

ถ้าตอบไม่ได้หลายข้อ ควรหยุดตรวจบิลก่อน ไม่ควรกดยืนยันเพราะเห็นยอดรับสูงอย่างเดียว

สรุป คิดเงินบอลสเต็ป ต้องเข้าใจค่าน้ำและสถานะของแต่ละคู่

คิดเงินบอลสเต็ป ไม่ได้ยากถ้าเข้าใจหลักพื้นฐาน คือแปลงค่าน้ำให้เป็น Decimal ก่อน แล้วนำอัตราจ่ายของทุกคู่มาคูณกับเงินเดิมพัน หากทุกคู่ได้เต็ม ยอดรับจะคำนวณตรงไปตรงมา แต่ถ้ามีได้ครึ่ง คืนทุน เสียครึ่ง หรือยกเลิก ยอดจ่ายจะเปลี่ยนทันที

จุดที่คนพลาดบ่อยคือใช้ค่าน้ำผิดรูปแบบ เช่น เห็น 0.90 แล้วนำไปคูณตรง ๆ ทั้งที่ควรแปลงเป็น 1.90 หรือคิดว่ายอดรับรวมคือกำไรทั้งหมด ทั้งที่ยอดรับรวมเป็นเงินที่รวมทุนแล้ว นอกจากนี้ราคาบอลแบบควบ เช่น 0.25, 0.75, 1.25, 1.75 ยังทำให้เกิดได้ครึ่งหรือเสียครึ่งได้ จึงต้องอ่านสถานะของแต่ละคู่ให้แม่น

ก่อนจัดบอลสเต็ป ควรตรวจราคาบอล ค่าน้ำ จำนวนคู่ และยอดจ่ายสุดท้ายจากระบบทุกครั้ง หากเล่นมิกซ์พาเลย์ ต้องคำนวณเงินรวมทุกชุด ไม่ใช่ดูแค่เงินต่อบิล และหากต้องออกตัวบิล ควรรู้ก่อนว่าบิลเดิมรับเท่าไหร่ ต้องวางออกตัวเท่าไหร่ และผลลัพธ์แต่ละทางเหลือเงินเท่าไหร่

ถ้ายังใหม่กับบอลชุด แนะนำให้อ่าน สเต็ป 2 และ สเต็ป 3 ก่อน แล้วค่อยต่อด้วย สเต็ปมิกซ์พาเลย์ และ ออกตัวบอลสเต็ป เพื่อเข้าใจทั้งการจัดบิล การคำนวณยอดจ่าย และการลดความเสี่ยงให้เป็นระบบมากขึ้น

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ คิดเงินบอลสเต็ป

คิดเงินบอลสเต็ปยังไง?

ให้นำเงินเดิมพันคูณกับอัตราจ่าย Decimal ของทุกคู่ในบิล เช่น 100 × 1.90 × 1.85 × 1.92 หากทุกคู่ได้เต็ม ยอดที่ได้คือยอดรับรวม

ค่าน้ำ 0.90 ใช้คูณตรง ๆ ได้ไหม?

ไม่ควรใช้ 0.90 คูณตรง ๆ หากเว็บแสดงค่าน้ำแบบฮ่องกง ให้แปลงเป็น Decimal ก่อน โดย 0.90 = 1.90 แล้วค่อยนำไปคูณ

ยอดรับรวมกับกำไรต่างกันยังไง?

ยอดรับรวมคือเงินที่ได้รับกลับมารวมทุน ส่วนกำไรคือยอดรับรวมลบเงินเดิมพัน เช่น รับรวม 674.88 จากทุน 100 บาท กำไรคือ 574.88 บาท

ถ้าบอลสเต็ปมีคู่คืนทุนคิดยังไง?

คู่ที่คืนทุนมักถูกปรับเป็นอัตราจ่าย 1.00 คือไม่สร้างกำไร แต่ไม่ทำให้บิลเสีย จากนั้นบิลจะคิดต่อกับคู่ที่เหลือ

ถ้าบอลสเต็ปมีคู่ได้ครึ่งคิดยังไง?

ได้ครึ่งคือครึ่งหนึ่งของคู่นั้นได้เต็ม และอีกครึ่งหนึ่งคืนทุน ทำให้ยอดจ่ายลดลงจากยอดเต็มที่เห็นตอนจัดบิล